สมัครงานกับทีมงานบ้านไม่บาน คลิกอ่านรายลัเอียดด้านใน

โปรดระวังบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว   ชอบช่วย หรือ   ผศ.ดร.ภัทรพล   เวทยสุภรณ์  และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง  ฯลฯ  ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ  ทั้งสิ้น  หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์   02-2451399  หรือ  02-6441478  เท่านั้น
บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ชื่ออาจารย์เชี่ยว ชอบช่วย หรือ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ และสำนักงานบ้านไม่บานไปใช้ในการหลอกลวงให้หลงเชื่อในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์,การออกแบบ,การก่อสร้าง ฯลฯ ซึ่งทางสำนักงานบ้านไม่บานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านต้องการติดต่อกับทางสำนักงานต้องติดต่อโดยตรงที่เบอร์ 02-2451399 หรือ 02-6441478 เท่านั้น

ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ "ตักศิลา คเณศ์ธร"

  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
  • ศูนย์รวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ “ตักศิลา คเณศ์ธร”
ครบรอบ 120 ปี “ศิลป์ พีระศรี”
ครบรอบ 120 ปี "ศิลป์ พีระศรี"

หน้าแรก arrow อ่านบทความย้อนหลังที่นี่ arrow บ้านไม่บาน Update arrow โรงเรียนอนุบาลที่เบิกบาน ที่ “ฝาง”
โรงเรียนอนุบาลที่เบิกบาน ที่ “ฝาง”

สวัสดีครับแฟน ๆ ชาว  "คนรักบ้าน"  สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้  ก็เป็นเรื่องราวที่ผมภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลถึงอำเภอ "ฝาง"  จังหวัด "เชียงใหม่"  สืบเนื่องมาจากมีแฟน ๆ ชาว "คนรักบ้าน" ครอบครัวหนึ่งที่บริหารจัดการโรงเรียนในระดับอนุบาลที่ "ฝาง" มีความประสงค์ที่จะขยับขยายและสร้างห้องเรียนใหม่เพิ่มเติมขึ้น  ที่ในสภาพปัจจุบันห้องเรียนเดิมมีขนาดคับแคบเนื่องจากมีนักเรียนเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นทุกปี  และเนื่องจากเจ้าของโรงเรียนอนุบาลก็มีอายุพอสมควรแล้วและสุขภาพก็ไม่สู้จะดีนักจำเป็นที่จะต้องไปหาแพทย์อยู่เนือง ๆ  ทั้งยังต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด   จึงคิดจะส่งต่อโรงเรียนอนุบาลให้กับลูกชายสุดที่รักมารับช่วงต่อในการบริหารจัดการต่อ   จึงตัดสินใจจะปรับปรุง ต่อเติม เพิ่มขยายโรงเรียนอนุบาลขึ้นใหม่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด  เพราะไม่ต้องการทำอะไรจนเกินความพอเพียงของครอบครัว   จากการที่ได้พบปะพูดคุยกับทั้งคุณแม่,คุณพ่อและคุณลูกที่เพิ่งจบคณะดุริยางค์ศาสตร์จาก "ศิลปากร"  ผมก็เกิดความประทับใจครับในความมุ่งมั่นของครอบครัวนี้ที่จะพัฒนาการศึกษาของเด็กในระดับอนุบาลในอำเภอ "ฝาง" ให้ทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

จะว่าไปแล้ว "ฝาง" ก็ถือว่าเป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง "เชียงใหม่" พอสมควรครับ   แต่โรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ  แห่งนี้ทำให้ผมต้องแปลกใจเพราะมีระบบการเรียนการสอนที่ก้าวหน้ามากกว่าหลายโรงเรียนในตัวเมือง  เป็นการเรียนการสอนโดยใช้เด็กเป็น "ศูนย์กลาง" ทำให้เกิดการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดไปไกลกว่าโรงเรียนอนุบาลทั่วไป    โดยนำเอาระบบการศึกษาที่เรียกว่า  "วอลดอร์ฟ" (Waldorf  Education) โดยนักปราชญ์ทางการศึกษาชาว "ฮังการี" คือ  "รูดอล์ฟ  สไตเนอร์" (1861-1925) และโรงเรียนของ "วอลดอร์ฟ" แห่งแรกตั้งขึ้นในเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ชาวเยอรมันกำลังแสวงหาแนวทางการศึกษาที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมที่โหดร้ายทารุณต่อมนุษย์ชาติให้สิ้นไป   เป็นผลให้คนเยอรมันเป็นชนชาติที่เฉลียวฉลาดมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีคุณภาพสูงสุดชาติหนึ่งในโลก  ก็เพราะระบบ"วอลดอร์ฟ" ที่ได้ปูระบบการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย   จึงเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่แข็งแกร่งของการเติบโตที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ  หลายประเทศที่เจริญแล้วในโลกก็ใช้ระบบการศึกษาอย่าง"วอลดอร์ฟ" นำมาปรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย     ผมจึงแปลกใจเป็นอย่างยิ่งในฐานะนักวิชาการที่คลุกคลีกับการศึกษามาครึ่งชีวิต   ซึ่งในปัจจุบันผมก็สอนอยู่ในระดับชั้น ตรี,โท,เอกในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนหลายแห่ง   จึงแปลกใจที่ผมไปเจอโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่ "ฝาง"  นำเอาระบบ "วอลดอร์ฟ" มาปรับประยุกต์ใช้ให้เข้าถึงวิถีแบบไทยอย่างได้ผล 

ผมนึกถึงประเทศ "สิงคโปร์" ครับ   เพื่อนผมที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือระดับมหาวิทยาลัยใน"สิงคโปร์"   บอกกับผมว่าการศึกษาในช่วงปฐมวัยนั้นเป็นช่วงการศึกษาที่สำคัญที่สุดที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย  เพราะเป็นพื้นฐานของการศึกษาที่สำคัญยิ่งในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา  หากพื้นฐานการศึกษาไม่มั่นคงแล้วก็จะเป็นอย่างบ้านเรานี่แหละครับ  ที่คนจบระดับปริญญาตรี โท เอก เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด  แต่กลับเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่มีสารประโยชน์อันใด    เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่รุมล้อมตนเองและสังคมได้  ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าที่บรรดาประเทศต่าง ๆ ใน "อาเซียน" ต่างทิ้งประเทศ "ไทย" ไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็น "สิงคโปร์", "มาเลเซีย" หรือ  "เวียดนาม" เพราะระบบการศึกษาของเขาดีกว่าของเรามากครับ 

ผมยกตัวอย่าง "สิงคโปร์" ที่มีความเจริญก้าวหน้ากว่าเราแทบทุกด้าน  การศึกษาในระดับปฐมวัยเขาจะไม่ให้เด็กของเขาเรียนรู้อะไรมากมายหรอกครับ  นอกจากการปลูกฝังทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม  และกระตุ้นให้เด็กมีจินตนาการ   ดังนั้นเด็กเขาจึงสนุกสนานกับการเล่นเป็นหลักไม่เน้นการเรียนทางวิชาการมากมายอะไร  เพราะเขาเชื่อว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด   "ก้านสมอง" ของเด็กปฐมวัยกำลังเติบโตอย่างเร็วที่สุด  การศึกษาในระบบ "วอลดอร์ฟ" ก็เชื่อเรื่องนี้ครับ    จึงเน้นการจะปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม   โดยผ่านเรื่องเล่าเป็นนิทานที่เต็มไปด้วยรสชาติและสนุกสนาน  คุณครูได้เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกในนิทานเรื่องเดียวกัน   คุณครูที่ดูแลเด็กก็ต้องมีทั้งความรักความเมตตาและเวลาให้กับเด็ก  และที่น่าสนใจคือคุณครูก็ตามสอนเด็กที่โตขึ้นมาทุกปี  ก็เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ครับ ที่อำเภอเล็ก ๆ อย่าง "ฝาง" มีการศึกษาประเภทนี้   ผมยังอดตื่นเต้นไม่ได้ที่ได้มาเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็ก ๆ อนุบาลโดยการออกแบบอาคารเรียนที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ,พอเพียง,พอดี  ไม่ใหญ่เกินไปจนดูแลไม่ทั่วถึงและก็ไม่เล็กจนเกินไป  จนอึดอัดครับ

หลังจากที่ได้ตกปากรับคำคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก  ที่เป็นผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลที่ "ฝาง" ผมก็เทียวไร้เทียวขื่อ ไป ๆ มา ๆ ระหว่าง "กรุงเทพฯ" กับ "เชียงใหม่"หลายครั้ง  ประชุมกับผู้รู้ทางการศึกษาก็หลายครั้ง   จน "ตกผลึก" ออกมาเป็นรูปแบบโรงเรียนอนุบาลที่ "ฝาง"   สารภาพตามตรงครับว่าพอผมได้เห็นรูปแบบอาคารแล้วก็มีความสุขเป็นที่สุดครับ   นอกจากนั้นผมยังได้เห็นรอยยิ้มของคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก  ทั้งยังได้เห็นรอยยิ้มที่เบิกบานของคุณครูและบรรดาเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ  ก็ชื่นใจเหลือเกินครับ  ก็นับวันรอวันรอคืนที่จะได้ลงมือก่อสร้างเสียที    เด็ก ๆ หลายคนจะได้มีที่เรียนในโรงเรียนอนุบาลที่มีการเรียนการสอนที่สุดแสนจะมหัศจรรย์ในระบบ "วอลดอร์ฟ"    ที่ถูกนำมาปรับประยุกต์ใช้ถึงแม้จะอยู่ไกลถึงอำเภอ "ฝาง"  แต่มีความคิดที่ก้าวล้ำนำสมัย  ของระบบทางการศึกษาในระดับปฐมวัยที่ไม่อายใครในโลก 

สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามของโรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อำเภอ "ฝาง"ว่ามีความสวยสดงดงามสักเพียงไหน   ย้ำอีกครั้งครับว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่ผมมีความภูมิใจเป็นที่สุด ที่ได้ลงมือออกแบบครับ  ได้รับเกียรติให้มีโอกาสฝากชื่อและฝากฝีมือไว้ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ได้พัฒนาการศึกษาของเด็ก ๆ ในระดับอนุบาล  ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านี้แหละครับ  อีกไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง,สมบูรณ์,เฉลียวฉลาดและถึงพร้อมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม    เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต  เป็น "คลื่นลูกใหม่" ที่มาทดแทน "คลื่นลูกเก่า" อย่างผม    ที่จะว่าไปแล้วเวลาเหลืออยู่ไม่มากแล้วครับ


Next>